ทำไมการตั้งชื่อจึงสำคัญ
ชื่อของฟังก์ชันและตัวแปรเป็นตัวแทนของข้อมูลหรือการกระทำบางอย่างในโปรแกรม หากตั้งชื่อไม่ชัดเจน จะทำให้เข้าใจผิดและทำให้เกิดข้อผิดพลาดหรือเสียเวลาในการ Debug ได้ ดังนั้นการตั้งชื่อที่ดีคือพื้นฐานของการเขียนโค้ดที่มีประสิทธิภาพ
เทคนิคการตั้งชื่อตัวแปรให้อ่านง่าย
1. ใช้ชื่อที่สื่อความหมาย
หลีกเลี่ยงการใช้ชื่อทั่วไปอย่าง a, x, temp ถ้าไม่ได้เป็นการใช้งานชั่วคราวหรือเฉพาะเจาะจง แนะนำให้ใช้ชื่อที่สะท้อนถึงสิ่งที่เก็บไว้ เช่น:
userListแทนutotalPriceแทนtpisLoggedInแทนlogged
2. ตั้งชื่อตามชนิดของข้อมูล
ช่วยให้เข้าใจประเภทของข้อมูล เช่น:
countสำหรับตัวเลขnameListสำหรับอาร์เรย์หรือรายการisActiveสำหรับค่าบูลีน
3. ใช้มาตรฐาน camelCase หรือ snake_case อย่างต่อเนื่อง
เลือกมาตรฐานเดียวแล้วใช้ให้สม่ำเสมอ เช่น:
userNameหรือuser_nameuserAgeหรือuser_age
เทคนิคการตั้งชื่อฟังก์ชันให้อ่านง่าย
1. เริ่มต้นด้วยคำกริยา
เพราะฟังก์ชันคือการกระทำ ตัวอย่างเช่น:
getUserData()calculatePrice()sendEmail()
2. ใส่บริบทในชื่อเพื่อความชัดเจน
หากฟังก์ชันเกี่ยวข้องกับชุดข้อมูลที่มีชื่อคล้ายกัน ควรเพิ่มคำอธิบายเพิ่มเติมเข้าไป:
saveUserInfo()แทนsaveData()deleteCustomerRecord()แทนdeleteRecord()
3. หลีกเลี่ยงตัวย่อที่ไม่คุ้นเคย
อาจทำให้ผู้อ่านโค้ดไม่เข้าใจได้ทันที เช่น
| ไม่แนะนำ | แนะนำ |
|---|---|
updUsr() |
updateUser() |
delRec() |
deleteRecord() |
ข้อควรระวังในการตั้งชื่อ
- อย่าใช้ชื่อซ้ำกับคำสงวนของภาษา เช่น
class,function,int - อย่าตั้งชื่อยาวจนเกินไป ควรพอดีและสื่อความหมายที่ต้องการ
- อย่าตั้งชื่อหลายภาษาในโค้ดเดียวกัน เช่นผสมระหว่างภาษาไทยและอังกฤษ
หากคุณไม่แน่ใจว่าควรตั้งชื่ออย่างไร ให้ลองถามตัวเองว่า “ฉันจะรู้ไหมว่าโค้ดนี้ทำอะไร เมื่อกลับมาดูอีกครั้งในอีก 3 เดือน?”
การตั้งชื่อฟังก์ชันและตัวแปรอาจดูเหมือนเรื่องเล็กน้อย แต่จริง ๆ แล้วเป็นพื้นฐานสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพและประสิทธิภาพในการเขียนโปรแกรม โดยเฉพาะในงานที่ต้องทำเป็นทีม การตั้งชื่อที่อ่านง่าย ชัดเจน และเข้าใจทันที จะช่วยลดความสับสน เพิ่มความร่วมมือ และแก้ปัญหาได้เร็วขึ้น
ลองกลับไปตรวจดูโค้ดของคุณตอนนี้ แล้วเริ่มปรับปรุงการตั้งชื่อไปทีละจุด เชื่อเถอะว่าแค่เปลี่ยนชื่อ โค้ดของคุณก็จะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในทันที
